How To English กับพี่ GT Chapter 2

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
hand drawn effect type spelling English and various language related concepts

How To English กับ GT

How To English กับพี่ GT Chapter 2

     สวัสดีครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ How To Englisgh กับพี่ GT Chapter 1 ที่ผ่านมาได้ทบทวนกันบ้างรึเปล่าครับได้พัฒนา English Language กันบ้างรึเปล่าครับ

Part of Speech แบ่งออกเป็น 8 ชนิด นะครับจำได้ไหม ได้แก่อะไรบ้าง

  1. Noun = นาม
  2. Pronoun = สรรพนาม
  3. Verb = กริยา
  4. Adverb = คำวิเศษณ์ (หรือคำกริยาวิเศษณ์)
  5. Adjective = คุณศัพท์
  6. Preposition = บุพบท
  7. Conjunction = สันธาน
  8. Interjection = อุทาน

ทบทวนให้นิดหน่อยนะฮะ ถ้าติดอะไรส่งสัยตรงไหนสามารถถามเข้ามาได้นะครับ ทั้ง Twitter หรือ Facebook ของ GorillaTrick.com ยินดีนะครับ

     เอาล่ะครับผมว่าเรามาเริ่มบทเรียนที่สองกันดีกว่านะครับ

วันนี้เป็นเรื่อง Sentense หรือ “ประโยค” ซึ่งหมายถึง “คำหรือกลุ่มคำที่พูดหรือเขียนออกไปแล้วมีความหมาย สมบูรณ์ เนื้อความชัดเจน ฟังเข้าใจได้

Q : แล้วประโยคแบบไหนถึงจะมีใจความสมบูรณ์หรือชัดเจนล่ะ?

A : ประโยคนั้นจะมีใจความสมบูรณ์หรือชัดเจนขึ้นต้องอาศัยส่วนประกอบเข้ามาช่วยถึงจะมี่ความหมาย  สมบูรณ์ เนื้อความชัดเจน

เรามาดูกันว่าส่วนประกอบของประโยคนั้นมีอะไรบ้างนะครับ

รูปแบบที่ 1

ภาคประธาน(Subject) ภาคขยาย(Predicate)
Subject +  Verb
Birds fly.
Tom & Jane + are good students.
They + have not been here long time.
The door in his room + is broken.

บางทีประโยคอานมีเฉพาะแต่ภาคขยายหรือส่วนของกริยาก็ได้ โดยจะละภาคประธานเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ (ส่วนมากนิยมใช้ในประโยคคำสั่ง) เช่น

(you) Sit down, please.
(you) Don’t smoke in the bus.

รูปแบบที่ 2

ภาคประธาน + ภาคขยาย
Subject + Verb + Object
The poor + need + food and clothes.
We + want to see + the president.

รูปแบบที่ 3

ภาคประธาน + ภาคขยาย
Subject + Verb + Object + Complement
I + saw + him + reading a book.
The policeman + shot + the thief + running into the house

Q : ถ้ารูปประโยคทุกประโยคจะต้องมีประธาน (Subject) และกริยา (Verb) ตลอดอย่างนี้ แล้วมีคำอะไรบ้างที่สามารถนำมาเป็นประธานในประโยคได้บ้างล่ะ?

A : โดยธรรมดาทั่วไปคำที่จะนำมาเป็นประธาน (Subject) ของประโยคได้นั้นได้แกคำ 7 จำพวกดังต่อไปนี้นะครับ

  1. Noun ก็คือ “นาม” แปลว่า “ชื่อ” คือคำที่เราใช้เรียก คน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่, คุณสมบัติหรือคุณค่า เช่น
    bird : That bird flies heigh. (fly ต้องเปลี่ยนรูปเป็น flies เพราะเป็นประธานเอกพจน์ )
  2. Pronoun แปลว่า “สรรพนาม” หมายถึง คำที่ใช้แทน Noun หรือพูดง่ายๆก็คือใช้ เรียกแทน คน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่, คุณสมบัติหรือคุณค่า เพื่อต้องการไม่ให้พูดหรือเอ่ยถึงชื่อของ คน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่, คุณสมบัติหรือคุณค่า ซ้ำๆกันอีกเพราะจะทำให้ฟังดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ Pronoun ได้แก่คำต่อไปนี้ He,She,It,I,You,We,They,Who,These, Eac, One เป็นต้น นอกจากนี้ Pronoun ยังแบ่งออกไปได้อีกเป็น 2 พจน์ 3 บุรุษ 8 ชนิด (อย่าเพิ่งงงครับไว้เดี๋ยวจะมาอธิบายโดยละเอียดทีหลังนะครับ) เช่น
    I : I am the first student to go to school.
  3. Adjective แปลว่า “คุณศัพท์” ก็คือกลุ่มคำที่ช่วยให้ Noun หรือ Pronoun มีความหมายมากขึ้นหรือชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
    brave : The brace should be priaised.
  4. Infinitive (เรียกว่า “กริยาสภาวะมาลา” ได้แก่ To + Verb 1 ) เช่น To walk, To give, To read etc. นำมาใช้ทำหน้าที่เป็น Subject ของประโยคได้ เช่น
    To walk in the morning is good for health
  5. Gerund (กริยานาม หรือ Verbal noun ได้แก่ Verb  1 เติม ing ) เช่น Drinking, Walking etc.
    Reading makes a full man
  6. Phrase (วลีทุกชนิด) นำมาใช้ทำหน้าที่เป็น Subject ในประโยคได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
    What to say is not heard.
  7. Clause (ประโยค) นำมาใช้ทำหน้าที่เป็นประธาน Subject ในประโยคได้เหมือนกันนะครับ ตัวอย่างเช่น
    What she is doing seems very difficult.

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ How To English กับพี่ GT บทเรียนที่ 2 กับพื้นฐานของการเรียนภาษาอังกฤษ Grammar ล้วนๆอีกล่ะ หวังว่าคงจะไม่ยากเกินไปนะครับ

จำไว้นะครับวิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดคือ “ฟังที่ถูก” “พูดที่ถูก” และ “ใช้ที่ถูก” สวัสดีครับ..
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

About admin